บันทึกนิทรรศการธรรมะป่าออนไลน์ : คิลานะ : “กินดี-มีสุข” สำหรับพุทธบริษัท 4 : บันทึก “นักสู้มะเร็ง” นาย พูลศักดิ์ ธนะปุระ
บันทึก “นอกตำรา-มะเร็งระยะสุดท้าย: ตัวอย่างผัก-เมนูผักเป็นยา”
พิพิธภัณฑ์สันตุสฺสโก (ออนไลน์) ที่ nippanang.com (นิพพานัง ดอท คอม)
บันทึก "นอกตำรา-มะเร็งระยะสุดท้าย: ตัวอย่างผัก-เมนูผักเป็นยา"
สัมภาษณ์และรวบรวมเรียบเรียงข้อมูลจาก "ไลน์กลุ่มคุณลุงเล็กและท่านอาจารย์ปิยะ*" โดย ดร. ประวรา ธนะปุระ
* ทีมงานรักษามะเร็งด้วย "อาหารเป็นยา" และสารสกัดน้ำมันกัญชาของดร. แก้มหอม ณ ลานช้าง
คำเตือน: กรุณาพิจารณาก่อนนำไปใช้
วันสุดท้ายที่ปรับปรุง: 19 เมษายน 2565
- บันทึก "นอกตำรา-มะเร็งระยะสุดท้าย: ตัวอย่างผัก-เมนูผักเป็นยา" (ที่มา: กลุ่มไลน์ท่านอาจารย์ปิยะ)
- > ทุกอย่างต้องหมุนเวียนห้ามจำเจ ในรอบ 1 สัปดาห์ ดีที่สุดครับ (อ้างอิง. ท่านอาจารย์ปิยะ)
- > ปลูกผัก ม่วงๆแทนสีเขียว จะได้สารต้านอนุมูลอิสระ ดีกว่าผักสีเขียว เช่น มะเขือเปาะม่วง กระหล่ำปลีม่วง ถั่วพูม่วง (อ้างอิง. ท่านอาจารย์ปิยะ)
- > ปลูกผักอินทรีย์ทานเองดีที่สุด เพื่อปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง (อ้างอิง. ท่านอาจารย์ปิยะ)
บล็อคโคลี มะเขือเทศ มะเขือม่วง มะรุม* ผักกาดขาว* กะหล่ำปี* จิงจูฉ่าย* คะน้า* กระเทียม* แตงกวา ใบบัวบก หอมใหญ่ ผักกาดหอม (ผักสลัด) แครอท ต้นหอมญี่ปุ่น ใบเตย (ต้มน้ำดื่มเปล่า ๆ หรือตามที่อาจารย์บอก) ใบชมจันทร์* ใบชะพลู* (เคี้ยวสด/ต้มแกงคั่ว ใส่แต่ผักกะเกลือ) ปลีกล้วย ตำลึง* กวางตุ้ง* ผักโสภณ หรือกวางตุ้งฮ่องเต้* มะละกอ* พริก* คึ่นช่ายไทย* มะระ* ผักกูด* (ผักกูดทานให้เยอะมีโปรตีนสูงมาก) ว่านหางจระเข้ พริกหวาน สีแดง เขียว เหลือง วอเตอร์เคส ผักแพรว ผักโขม กระเจี๊ยบเขียว ใบแมงลัก ใบกระเพรา มะเขือพวง เคล บีทรูด พลูคาว ยี่หร่า สลัดรวม กวางตุ้งดอก กาดขาวไต้หวัน เบบี้ไต้หวัน ยอดคะน้าฮ่องกง กวางตุ้งเบบี้ขาว ชุนฉ่าย สวิสชาร์ด มะนาวออแกนิก ผักขม (ผักกาดขิ่ว)
* ปลูกเองที่บ้านนักสู้มะเร็ง
- ผักและผลไม้สีม่วง
- มีสารอาหารสำคัญ คือ แอนโทไซยานิน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการช่วยต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซี อี ถึง 2 เท่า ป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ต้านไวรัสบางชนิด และช่วยลดอาการอักเสบ (ที่มา: ท่านอาจารย์ปิยะ)
- วิธีเก็บผักเป็นยา (ที่มา: คุณลุงเล็ก)
- "พืชผักสวนครัว ที่ทานสดได้ เช่น ใบบัวบก ใบมะรุม ต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง ใบโหระภา ใบแมงลัก ยอดสะเดาขม และอื่นๆอีกมาก ในเวลากลางคืน ต้นไม้จะพักและสะสมครอโรฟิวล์ไว้ที่ใบ เช้าๆก่อน07.00AM. ถ้าเราเก็บมาอย่างละนิดหน่อย หลายๆอย่างและทานเปลี่ยนไปทุกๆ วัน มันคือยาล้างสารพิษ(ดีท็อกซ์) ออกจากร่างกาย โดยไม่ต้องทานยา ครับ"
- วิธีทำผักเป็นยา (ที่มา: กลุ่มไลน์ท่านอาจารย์ปิยะ)
- ต้ม นึ่ง ลวก ผัดด้วยน้ำ และอบ ย่าง ด้วยหม้ออบลมร้อนเท่านั้น (อ้างอิง. ท่านอาจารย์ปิยะ)
- ผักทุกชนิด ผ่านการล้างแล้วนำมาสดุ้งน้ำร้อนแล้วนำไปปั่นให้ทานระหว่างวันแทนของว่างแก้หิวจะเกิดประโยชน์มากๆ
- ปั่นทาน : ใบบัวบก สับปะรด โหระพา วอเตอเครส เคล สลัดทุกชนิด เซเลอรี่ (คึ่นช่ายฝรั่ง) มะเขือเทศ หอมใหญ่ น้ำมะนาว เกลือสีชมพู
- น้ำคั้นสด : ใบย่านาง ใบเตย ใบบัวบก แครอท บีทรูท ใบหม่อน(ไม่เกินใบที่ 5 , ไม่ควรเยอะ) ผสมน้ำดื่ม เหลือแช่ตู้เย็น ถือว่าคือหัวเชื้อ กินให้หมดแต่ละวัน
- หมายเหตุ
- ท่านอาจารย์ปิยะ "การทานผักให้เกิดประโยชน์มีหลายวิธีการ ผ่านความร้อนก็จะทำให้สารสำคัญสูญเสียไปด้วย จึงควรปั่นน้ำผักให้ทานด้วยทุกวันครับ"
- วิธีการต้มผัก (ที่มา: กลุ่มไลน์ท่านอาจารย์ปิยะ)
- ✅ วิธีการต้มผัก 1. พยายามใช้น้ำให้น้อยที่สุด 2. รอให้น้ำเดือดจัดแล้วค่อยใส่ผักลงไปและไม่ ควรต้มหรือแช่ไว้นาน 3. ปิดฝาหม้อทุกครั้ง เพื่อให้น้ำเดือดและผักสุกเร็วขึ้น 4. ผักสีเขียวให้ลวกหรือใส่ลงไปในน้ำเดือด รอจนน้ำเดือดอีกครั้งให้รีบตักขึ้นทันที 5. ผักชนิดที่เป็นหัวเราควรต้มน้ำให้เดือด หรี่ไฟให้อ่อนลง แล้วนำผักที่เตรียมไว้ต้มไปทั้งหัวไม่ควรหั่นหรือฝานก่อน 6. ถ้าผักที่เราต้องการต้มหรือลวกมีปริมาณมาก ให้แบ่งทำทีละน้อย ไม่ควรนำไปต้ม หรือลวกพร้อมกันทีละมากๆ เพราะถ้าปริมาณเยอะยิ่งต้องใช้เวลานานจะยิ่งทำให้สูญเสียคุณค่ามากขึ้นไปอีก 7. หลีกเลี่ยงการอุ่นอาหารซ้ำ ยิ่งทำให้สูญเสียวิตามินมากกว่าเดิม 8. หากต้องปรุงผักด้วยการต้ม นำน้ำซุปที่ได้เก็บไว้ ปรุงอาหารอื่นๆ ต่อ 9. ถ้าเป็นไปได้ควรใช้หม้ออบความดันแทน จะทำให้สูญเสียวิตามินน้อยกว่าการต้ม 10. หลีกเลี่ยงการใช้เบคกิ้งโซดาหรือผงฟู 11. หากจำเป็นต้องหั่น ควรหั่นให้เป็นชิ้นใหญ่เพื่อไม่ ให้พื้นผิวของผักถูกทำลายมากเกินไป
- เกี่ยวกับผัก (ที่มา: กลุ่มไลน์ท่านอาจารย์ปิยะ)
- สลัดไม่เอาแบบปลูกในน้ำ ไฮโดรโปนิก เพราะ ปุ๋ย A B คือ เคมี
- กระเจี๊ยบเขียว ช่วยลดเบาหวาน บำรุงไต และช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง รับประทาน : นำกระเจี๊ยบเขียวมาต้ม หรือลวกให้สุกก่อนรับประทาน เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเบื่อเมา แต่ในส่วนของยางหรือเมือกๆ ที่ออกมาตอนต้ม รับประทานได้ ไม่มีปัญหา
- ตัวอย่างเมนูผักเป็นยา (ที่มา: กลุ่มไลน์ท่านอาจารย์ปิยะ)
- หมายเหตุ ท่านอาจารย์ปิยะ "เดี๋ยวตะค่อยๆ แนะนำเพิ่มไปให้ครับ หลายชีวิตรอดมาได้แล้วจากการกินอาหารให้เป็นยา ถ้าผป. ไม่โดน เคมีบำบัด มาจนภายในบอบช้ำมากเกินไป"
- ตัวอย่างเมนูผักเป็นยา (ที่มา: กลุ่มไลน์ท่านอาจารย์ปิยะ)
- เมนูผัดผัก = ฟักเขียว พริกหยวก พริกหวาน กระเทียม เกลือสีชมพู
- เมนูผัดผัก = ผักกูด (โปรตีนสูง) + พริกหวาน + กระเทียม + เกลือสีชมพู
- เมนูนำ้พริก = กระเทียม + หัวหอมแดง + พริกหยวก + มะเขือเทศ + เกลือชมพู
- เมนูแกง = พริกแกง + หัวหอม + กระเทียม + พริกชี้ฟ้า + กระชาย + ตะไคร้
- เมนูยำมะเขือ = มะเขือย่าง + พริกขี้หนู + กระเทียม + หัวหอม + น้ำมะนาว + เกลือสีชมพู
- เมนูสลัดผักรวม = กีวี + พริกหวานเขียว-แดง-เหลือง + หอมใหญ่
- เมนูผัดผัก = มะเขือเทศ + แอปเปิ้ลเขียว + หอมหัวใหญ่ + แครอท + สาลี + ผัดน้ำด้วยกระเทียม
- เมนูผักเป็นยา: น้ำพริกหนุ่ม
- วิธีทำ: พริกหนุ่ม 6 เม็ด พริกสวน 6 เม็ด กระเทียม หอมแดง 6 หัว หอมใหญ่ 1 หัว กระเทียม 2 หัวใหญ่ ทุกอย่างอบไฟลมร้อน ให้พอผิวไหม้นิดนึง อบประมาณ 20 นาที เสร็จ แล้วนำไปแช่น้ำลอกเปลือกให้สะอาด แล้วนำมาตำใส่ครกให้แตก ไม่ต้องละเอียดมาก แล้วใส่เกลือชมพู ตำให้เข้ากันอีกรอบเป็นอันว่าเสร็จ (อ้างอิง. พี่สิญ - 12 พฤศจิกายน 2564, ศุกร์)