ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี…24 พฤษภาคม 2565 ณ วัดถ้ำกลองเพล 17:00 น

สนฺตุสฺสโกวาท…ธัมมวิจยะ-ธรรมะป่า: สายบุญ “กองทัพเดินด้วยท้อง” ณ วัดถ้ำกลองเพล
อัลบั้มวัดถ้ำกลองเพล “ทรงพระเจริญ” กิจการสงฆ์ ~18-27 พฤษภาคม 2565

พิพิธภัณฑณ์สันตุสฺสโก (ออนไลน์) ที่ nippanang.com | ข่าวเด่น 2565

ทรงพระเจริญ

คลิกภาพเพื่อขยาย

ที่มา-ภาพ: คุณแม่ชีป้อม วัดป่าบ้านสวน - ได้รับข้อมูล 26 พฤษภาคม 2565

สนฺตุสฺสโกวาท...สายบุญ "กองทัพเดินด้วยท้อง" ณ วัดถ้ำกลองเพล

“หลวงพ่อเองในฐานะที่เป็นหลวงปู่หลวงตา เป็นผู้ดูแลรักษา รักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล หลวงพ่อเห็นศรัทธาญาติโยมลูกหลานแล้วก็อบอุ่น ต่างคนก็ต่างคนละไม้คนละมือ บางคนก็เอาน้ำมา ๑๐๐ แพ็คบ้าง ๑,๐๐๐ แพ็คบ้าง ที่เอามาให้เลี้ยงพี่น้องประชาชนศรัทธาญาติโยมลูกหลาน

ส่วนข้าวก็เหมือนกัน รองผู้ว่าหนองคายท่านก็มาสมทบเอาข้าวมา ๒ ตัน เอามาเข้าโรงครัวกลาง และก็ได้ยินว่าโยมฮวงหนองคายก็จะเอาข้าวมาอีกประมาณ ๑ ตัน เอาเข้าในโรงครัวกลาง นี่คือผู้มีศรัทธา และพร้อมกันโรงทานของเราก็รู้สึกว่าอบอุ่น รู้สึกว่าแข็งขันในการตั้งโรงทาน อย่างโรงทานนาคำน้อย คุณแม่ชีป้อมเป็นหัวหน้าเป็นคณะใหญ่ ก็ได้รับการสนับสนุนจากโยมแม่ฮ่องสอนที่เป็นลูกหลานของหลวงปู่แสง นี่ล่ะ ลูกหลานของท่านก็ให้การสนับสนุนส่วนหนึ่งสำหรับอาหาร วัตถุดิบ คุณแม่ชีป้อมพาลูกพาหลานมาเลี้ยงทหารทุกหมู่เหล่า

และเบญจมาศหินอ่อนก็แข็งขัน ไม่รู้อาหารต่อมิอะไร จ้างทีมมาช่วยเลี้ยงอาหารทหาร สู้อย่างสุด ๆ และลูกชิ้นวังสะพุง เป็นลูกศิษย์เก่าแก่หลวงตารู้จักมักคุ้นกับหลวงพ่อ นี่ก็สู้ไม่ถอยเหมือนกัน ใหญ่เหมือนกันนะ

หลวงพ่อเห็นศรัทธาญาติโยมตั้งโรงทานขึ้นมาหลวงพ่อเดินดูก็อบอุ่น แปลว่าเลี้ยงได้ พี่น้องประชาชนขนาดนี้ คิดว่าไม่มีปัญหา หลวงพ่อเองก็ให้กำลังใจสนับสนุนลูกหลาน ควรจะสร้างบุญสร้างกุศล การตั้งโรงทานเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของพระโพธิสัตว์ เป็นขนบธรรมเนียมของพระพุทธเจ้า เป็นขนบธรรมเนียมของบัณฑิตนักปราชญ์

ทำไมจึงพูดอย่างนั้น หลวงพ่อได้อ่านในพระไตรปิฎกมากต่อมาก พระพุทธเจ้าของเราเกิดมาในภพใดชาติใดเป็นเศรษฐีมีภาระไม่มาก ท่านก็ตั้งโรงทานไว้ใน ๔ ประตูเมือง ตั้งโรงทานใหญ่ คนหิวโหยก็ได้ทานอาหาร และอยู่ในกลางเมืองอีกแห่งหนึ่ง และหน้าประตูบ้านเศรษฐีตั้งโรงทานอีกแห่งหนึ่ง วันละหนึ่งแสนกหาปณะ แต่ละโรงทาน หกโรงทานก็หกแสนกหาปณะ

นี่หลวงพ่อได้ยินมากต่อมากในพระไตรปิฎก เพราะฉะนั้นลูกหลานที่ตั้งโรงทาน สร้างโรงทานขึ้นมาเพื่อเลี้ยงผู้คนทั้งหลายที่หิวอาหาร หิวโหย เป็นน้ำจิตน้ำใจ เป็นบุญกุศลทั้งนั้นนะลูกหลานนะ ทำด้วยความใส่ใจ ทำด้วยความสะอาดสะอ้าน ผู้ที่เข้ามาเห็นก็น่าดูน่ารับประทาน การทำอาหารต้องสะอาดสะอ้าน ถ้าเห็นอาหารไม่สะอาดขึ้นมาก็กินไม่ลงเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นการทำอาหาร พวกเราต้องช่วยกันบอกกล่าวกัน เตือนกัน เรื่องทำอาหาร นี่คือส่วนหนึ่ง หลวงพ่อเห็นแล้วอบอุ่นในการตั้งโรงทาน พวกเราก็ช่วยกันคิดช่วยกันทำช่วยกันพัฒนาช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนศรัทธาญาติโยม อาหารการบริโภคอย่างที่หลวงพ่อได้พูดได้กล่าว ใครมีมะละกอ มีฟักมีแฟง มีมะเขือมีพริก มีหอมมีกระเทียม มีน้ำปลา ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำมันพืชที่จะใช้ ก็เอามาคนละขวดสองขวด

เมื่อมีวัตถุดิบ คนที่ทำงานก็พร้อมที่จะทำงานได้ ของที่เอามาก็ไว้ในครัวกลาง จากนั้นพวกเราก็เบิกจากครัวกลางมาใช้ในครัวของเรา จะหาโอกาสอย่างนี้หาได้ยาก ที่พวกเราจะสร้างบุญสร้างกุศลอย่างนี้ ไม่ใช่ของหาได้ง่ายนะลูกหลาน เลี้ยงแขกเลี้ยงคน เลี้ยงครูบาอาจารย์ เลี้ยงญาติธรรมของพวกเรา ตำรวจทหาร ใครมาทำงานหิวอาหารหิวข้าวหิวกระหาย พวกเราเลี้ยงอาหารเห็นเขาอิ่มเราก็สบายใจ ถ้ามีอะไรขาดเหลือขาดตกก็บอกมา หลวงพ่อก็เป็นแบ็คหลังให้เหมือนกัน หลวงพ่อก็ไม่ถอยเหมือนกันนะ ถ้าลูกหลานขาดตกบกพร่องก็บอกมา จุดไหนที่ขาดตกบกพร่องก็บอกมา หลวงพ่อก็ยินดีสนับสนุนเคียงบ่าเคียงไหล่กับลูกหลานเหมือนกัน

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ทำบุญทำทาน คือปณิธานแห่งโพธิสัตว์” แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕
สร้างเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565, วันที่ถอดข้อมูล: 26 พฤษภาคม 2565, ถอดจากและที่มา-อ้างอิงจากลิงค์: บรรณานุกรม