รักษ์ธรรมะป่า…ส่งเสริมธรรมทาน…ศูนย์ศึกษาธรรมะป่า
เมตตาธรรม โดย ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสฺสโก
พิพิธภัณฑ์สันตุสฺสโก (ออนไลน์) ที่ nippanang.com (นิพพานัง ดอท คอม)
- "การเป็นอยู่ในช่วงนี้ หลวงพ่อได้บอกว่า ในทางข้างนอกเราก็จะรักษาร่างกาย การเป็นอยู่เราควรจะรักษาอย่างไร ส่วนทางด้านจิตใจ คนก็หวั่นไหวทางด้านจิตใจ หลวงพ่อเองก็ได้ให้ทำพระคาถาของพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจส่วนหนึ่ง หลวงพ่อไม่ได้ให้เข้าป่าเข้ารกนะ ให้ยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะเป็นที่พึ่ง ก่อนหลับก่อนนอนก็ไหว้พระ อรหัง สัมมา สวากขา โต สุปฏิปันโน จากนั้น ก็นะโม ตัสสะ ภควโต ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระผู้พระภาค อรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น สามจบ จากนั้นก็ พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ เป็นที่พึ่งทางด้านจิตใจ นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า พะหุง เว สะระณัง ยันติ ปัพพะตานิ วะนานิ จะ ข้าพเจ้าเป็นพุทธศาสนิกชน จะไม่ยึดภูผาป่าไม้ ยึดดวงดาว ฤกษ์งามยามดี ยึดพระภูมิเจ้าที่ ยึดสิ่งที่รกร้างพระเจดีย์เป็นสรณะเป็นที่พึ่ง ข้าพเจ้าจะยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า อะเสวะนา จะ พาลานัง ข้าพเจ้าจะคบบัณฑิต ไม่คบพาลชน ถ้าใครก็ตามเป็นคนพาลชน เป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นคนไม่ดี ในประเทศชาติ ในโลก ข้าพเจ้าจะไม่คบ ไม่นับถือ ไม่เลื่อมใสกับพาลชนเหล่านั้น ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา ข้าพเจ้าจะคบคนดี ใจของข้าพเจ้า ก็เหมือนกัน ถ้าใจของข้าพเจ้าคิดเลวคิดชั่ว ข้าพเจ้าจะไม่ส่งเสริม ข้าพเจ้าจะเป็นผู้คิดดี ทำดี พูดดี มีพุทโธอยู่ในใจ นี่คือมงคล ๓๘ ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา ข้าพเจ้ารำลึกถึงพระพุทธเจ้าที่ไปโปรดเมืองเวลาสี ทีมีโรคระบาดในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ก็ให้พระอานนท์เป็นผู้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ทั่วเมืองเวสาลีในคราวนั้นครั้งนั้น โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายก็ได้ระงับไปด้วยพุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพ ของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยอานุภาพในคราวนั้น ก็ขอให้มาคุ้มครองข้าพเจ้า และประเทศชาติบ้านเมือง ลูกหลานของข้าพเจ้าด้วย จากนั้น ก็ สวดโพชฌงค์ พระพุทธเจ้าประชวร ก็ให้พระโมคคัลลานะ พระกัสสปะ พระจุนทะ มาสวดโพชฌงค์ พระพุทธองค์ก็หายประชวร สักกัตตะวา พุทธะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง ข้าพเจ้าจะยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นโอสถ คือเป็นยาทางด้านจิตใจของข้าพเจ้า ยันทุนนิมิตตัง นิมิตที่เป็นอัปมงคลทั้งหลายที่เกิดขึ้นมา ก็ขอให้หายไปด้วยพุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพ คุ้มครอง สุดท้ายก็โหตุ สัพพัง สุมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธา สัพพะธัมมา สัพพะสังฆา นุภาเวนะ โสตถี โหนตุ นิรันตะรัง ด้วยอำนาจคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ กำจัดสิ่งที่เป็นอัปมงคล อันตราย หายสูญไป จากประเทศชาติ จากโลกที่ข้าพเจ้าอาศัย เป็นพระคาถาของพระพุทธเจ้า ลูกหลานคนเฒ่าคนแก่ก่อนหลับก่อนนอนก็สวด เพื่อเป็นสิริมงคลของตนเอง ยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ เป็นที่พึ่ง เพราะเราเป็นพุทธศาสนิกชน ไม่ควรจะยึดภูติผี ผีสางนางไม้ ไม่ใช่เจ็บไข้ได้ป่วยแล้วก็ไปไหว้ผงก ๆ พึม ๆ พำ ๆ กับผีสางนางไม้ ผีก็เหมือนกับคน ในหลักของพระพุทธศาสนา ไม่ใช่ท่านปฏิเสธว่าผีไม่มี มี พวกยักษ์พวกอสูรกาย ยักษ์สัมมาทิฏฐิก็มี ยักษ์มิจฉาทิฏฐิก็มี ยักษ์พวกอมนุษย์ทั้งหลายก็ยังมีกิเลสอยู่ เหมือนกับเรานี่ล่ะ ถ้าใครทำดีก็เห็นดี ใครทำไม่ดีก็เบียดเบียนรังแกเขา มีแต่พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ให้ธรรมเสมอภาคกัน มีเมตตาอย่างเดียว ขนาดสัตว์เล็กสัตว์น้อยก็ไม่ให้ฆ่า ไม่ให้ทำลาย พวกเราจึงยึดไตรสรณคมน์ คือยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ เป็นที่พึ่ง พวกเราพุทธศาสนิกชน เมื่อมีเรื่องคับขันเข้ามา เราก็ควรจะไหว้พระสวดมนต์ ยึดไว้ทางด้านจิตใจ เรื่องข้างนอกเราก็พึ่งแพทย์พึ่งหมอ รักษาตามกฎกติกากฎเกณฑ์ เขาให้กักตัวเราก็กักตัว แล้วก็แนะนำอย่างที่บอกกล่าวกัน ส่วนทางด้านจิตใจก็ยึดพระพุทธเจ้า พระธรรมพระสงฆ์ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ"
-
โดย ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสฺสโก
จากพระธรรมเทศนา “พึ่งพระรัตนตรัยในคราวคับขัน”, แสดงธรรมเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563, และถอดจากและที่มา-อ้างอิงจากลิงค์: บรรณานุกรม