รักษ์ธรรมะป่า…ส่งเสริมธรรมทาน…ศูนย์ศึกษาธรรมะป่า
เมตตาธรรม โดย ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสฺสโก
พิพิธภัณฑ์สันตุสฺสโก (ออนไลน์) ที่ nippanang.com (นิพพานัง ดอท คอม)
- "ศรัทธาญาติโยมลูกหลาน ช่วงนี้ต้องอยู่ในที่มั่น อย่าไปขยับเขยื้อน ต้องรู้จัก ต้องฟัง ต้องลู่ตามลม ประเทศชาติ โลกทั้งโลกเป็นยังไง ชุมชนเราเป็นยังไง เราอย่าไปทวนกระแส อย่าไปแตกตื่นเกินไป เวลานั่งก็ให้นั่งห่างกัน อย่าไปนั่งใกล้กัน ถ้าคนไม่รู้จักกันก็ให้อยู่ในระยะห่าง และก็ล้างมือ ปิดปากด้วยผ้าปิดปากปิดจมูก ต้องรักษา เพราะในช่วงนี้เป็นช่วงที่โลกทั้งโลกตื่นตระหนกกัน บางคนก็เอาวิทยาศาสตร์ เอาแนวความคิดมาตะลุมกัน ตามที่จริงโรคภัยไข้เจ็บมันอยู่ในกาย แต่ธรรมะพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านสอนใจ แต่ร่างกายกับใจก็ต้องอาศัยกัน มันกระเทือนกัน เรื่องการเจริญพระพุทธมนต์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ หากเราไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ จิตใจของเราก็ว้าเหว่อ้างว้าง ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ก็ไปกราบศาลพระภูมิบ้าง ไปพึ่งพาอะไรบ้าง แต่บางคนก็ว่าไม่จำเป็น ต้องพึ่งพาวิทยาศาสตร์การแพทย์เท่านั้น วิทยาศาสตร์การแพทย์ก็ใช่ เป็นการรักษาทางร่างกาย จะว่าวิทยาศาสตร์ดีไหม ก็ดี แต่วิทยาศาสตร์ก็เป็นตัวสังหารโลกด้วยตัวหนึ่ง อย่างลูกระเบิดปรมาณูก็เป็นวิทยาศาสตร์ใช่ไหม เพราะฉะนั้น เราจะไปเทิดทูนบูชาวิทยาศาสตร์เสียทีเดียวก็ไม่ได้ สำหรับพวกเราเมื่อเรามาถึงจุดนี้แล้ว จะไปตื่นตระหนกมากก็ไม่ได้ ต้องอยู่ในที่มั่น ยืนนิ่ง เคียงบ่าเคียงไหล่กัน เราจะสู้ยังไง ถ้าประหม่าเกินไปก็เป็นขี้ขลาด ถ้าหาญเกินไปก็ไม่ใช่เรื่อง แล้วจะทำยังไงที่จะอยู่ในขั้นมัชฌิมาปฏิปทา เดินสายกลาง ไม่ตกใจเกินไป ไม่กล้าจนเกินไป หลวงพ่อเองมองว่า ถ้าเราระเวียงระวัง ก็ไม่เป็นสิ่งที่น่ากลัวจนเกินไป นี่ตั้งหลายเดือน มีคนตายเพียงคนเดียว ก็คิดว่าหมอของเราคงจะเอาอยู่ แต่ถึงยังไงเราก็ต้องระเวียงระวัง ทำจิตใจให้นิ่ง คิดใคร่ครวญทบทวนสิ่งที่มันเกิดขึ้นมา มันเกิดขึ้นมาด้วยเหตุอันใด มันต้องมีเหตุก่อนจึงมีผล เหตุที่เขาว่ามามันจริงไหม เราต้องระวังเหตุ เหมือนกับเขาว่าลวดนี้มีไฟฟ้านะ เราก็ต้องฟังเขา แล้วก็ระวัง ถ้ามีเครื่องมือก็ทดสอบเพื่อให้รู้ ถ้าเราไม่มีเครื่องมือเราก็ถอยไว้ก่อน ห่างไว้ก่อน ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อ ไปจับดูซิ ก็ช็อตปั้บ ตายเลย ถ้าไฟแรงสูง ตายเลย เพราะอะไร ก็เพราะความไม่เชื่อ ความทะเล่อทะล่า เพราะฉะนั้น สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเราก็ต้องฟังเหมือนกัน มันมีเหตุยังไง มันมีผลยังไง แต่ถ้าเขาเอาลวดมาวาง บอกว่าระวังนะ อย่าไปใกล้นะ ทั้งที่มันก็ไม่มีอะไร ก็พากันกลัวจนหัวหดตดแตกกันหมด อย่างนั้นก็ไม่ถูก ก็โง่อีกเหมือนกัน คนที่ฉลาดมีไหม คนที่มีความรู้มีไหม คนที่รู้ว่ามันมีไฟมีไหม ให้เขาตรวจตราดูซิ วิธีการแก้ไขเป็นยังไง มันต้องมีวิธีแก้ เหมือนกับมีไฟก็ต้องมีน้ำดับ แต่เราจะดับได้เร็วมากน้อยแค่ไหนก็สุดแล้วแต่คนในชาติของเราจะต้องใช้สติปัญญา สรุปก็คืออย่าตระหนกจนเกินไป กิจการงานสิ่งใดก็ตาม ก็ทำตามปกติ แต่อยู่ในที่มั่น ถ้าเราทุกข์จนเกินไปก็ไม่ได้ อย่างสมมติว่าหลวงพ่อนี้กลัวไวรัสนี้ จะทำยังไง เอ้า ลูกหลาน ออกจากศาลานี้ทั้งหมด ไม่ต้องอยู่ ให้หลวงพ่ออยู่คนเดียว หลวงพ่อฉีดแอลกอฮอลล้างอยู่ตลอดเวลา เอาอย่างนั้นใช่ไหม ถ้าไม่ใช่โง่จะเรียกว่าอะไร ทีนี้จะทำยังไงให้พอเหมาะ ความพอเหมาะคือจุดไหน ต้องศึกษา เราจะไปยึดวิทยาศาสตร์เสียทีเดียว เป็นวิทยาศาสตร์สรณังคัจฉามิ สิ่งเหล่านั้นคนมีกิเลสผลิตขึ้นมา ผลิตขึ้นมาแล้วถ้าไม่พอใจก็พร้อมที่จะบอมม์ พร้อมที่จะโยน พร้อมที่จะฆ่าได้ วิทยาศาสตร์ทั้งให้โทษและให้คุณ คุณก็มหาศาล แต่โทษก็ไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้น เราต้องยึดผู้บริสุทธิ์ ผู้มีเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลก เป็นที่พึ่งจึงจะถูก"
-
โดย ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสฺสโก
จากพระธรรมเทศนา “อย่ากลัวเกินไป อย่ากล้าเกินไป”, แสดงธรรมเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563, และถอดจากและที่มา-อ้างอิงจากลิงค์: บรรณานุกรม