รักษ์ธรรมะป่า…ส่งเสริมธรรมทาน…ศูนย์ศึกษาธรรมะป่า
เมตตาธรรม โดย ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสฺสโก
พิพิธภัณฑ์สันตุสฺสโก (ออนไลน์) ที่ nippanang.com (นิพพานัง ดอท คอม)
- "ธรรมะที่เข้าสู่จิตใจแล้ว จิตใจที่มีหลัก เป็นฆราวาสก็เอาธรรมะเข้าสู่จิตใจ ไปในสถานที่ใดก็มีความสุข รู้จักหลบรู้จักหลีก รู้จักสูงรู้จักต่ำ รู้จักสิ่งควรไม่ควร ถ้าเราได้ศึกษาธรรมะเข้าสู่จิตใจแล้วเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าธรรมะไม่เข้าสู่จิตใจ จิตใจจะแข็งกระด้าง ไม่รู้จักบุญคุณของคน ไม่รู้จักบุญคุณของบิดามารดา ไม่รู้จักบุญคุณของท่านผู้มีพระคุณ อยู่ก็อยู่ไปอย่างนั้นเป็นวัน ๆ พอลาสิกขาไปแล้วยังไม่ทันข้ามวันก็กรอกสุราเข้าไปแล้ว ถ้าอย่างนี้เข้ามาศึกษาแล้วไร้ประโยชน์จริง ๆ สำหรับพระที่เข้ามาบวช ผมเป็นอาจารย์ถ้าได้ยินอย่างนั้นผมก็เสียใจเหมือนกัน ที่มาอยู่ในวัดของผม ผมกรอกความรู้ความฉลาด แนวความคิดให้ทุกวัน แต่ธรรมะไม่ซึมซาบเข้าหัวใจของท่านเลย ถ้าสาดน้ำใส่หลังหมา มันก็ยังมีซึมซาบอยู่นิดหน่อย มันก็ยังเปียกอยู่นานพอสมควร นี่สาดธรรมะเข้าสู่หัวใจของพวกท่านทั้งหลาย พอออกไปยังไม่พ้นวัด กินเหล้าแล้ว อบายมุขเข้ามาแล้ว พวกท่านทั้งหลายต้องฟังไว้นะ นี่เป็นคำบอกกล่าวตักเตือนให้รู้จักการวางตัว ถ้าท่านทำตัวอย่างนั้น แปลว่าการบวชในพระพุทธศาสนาไร้ประโยชน์กับใจของพวกท่าน ฟังดูแล้วให้สำเหนียกสำนึกตรึกตรองให้ดี ถ้าพวกท่านทั้งหลายเอาชนะใจตัวเองไม่ได้ พวกท่านจะเป็นผู้แพ้ตลอดไป ตลอดถึงวันตายก็เป็นผู้แพ้อยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้น ต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ต้องฝึกฝน ต้องดูใจของตนเอง การบวชครั้งนี้เราปฏิบัติอย่างไร ได้อะไร พวกท่านทั้งหลายต้องคิดไตร่ตรองให้ดี นำไปประพฤติปฏิบัติไคร่ครวญทบทวนดู แล้วจะเกิดประโยชน์กับพวกท่านเป็นอนันตกาลจนถึงชีวิตจะหาไม่ ไม่ใช่ของผมเอง เป็นของพวกท่านทั้งหลาย ผมไม่มีอะไร มีแต่แนะนำสั่งสอนเท่านั้น แต่ถ้าแนะนำสั่งสอนไปแล้ว พวกท่านปฏิบัติไม่ได้ ทำตัวไม่ดี ก็เสียการแนะนำสั่งสอน เสียเวลาที่มาฟัง เสียเวลาในการพูดของผมอีก การพูดของผม ผมพูดด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่ผมอยากพูดนะ ผมเคยพูดอยู่เสมอว่า ถ้าพระเข้าบวช ทุกวันพระจะพูดกัน เดือนหนึ่งก็พูดเพียง ๔ ครั้งเท่านั้น ๓ เดือนก็ ๑๒ ครั้ง น้อยเกินไปสำหรับผู้ที่เข้ามาบวช เพราะฉะนั้นเกร็ดความรู้แต่ละวัน ผมพยายามคิดไตร่ตรองว่าวันนี้จะพูดเรื่องอะไร ไม่ใช่ของง่าย ๆ นะ ผมไม่ใช่นักพูดที่คล่องแคล่วอะไร ผมไม่เคยคาดคิดว่าหมู่พวกเพื่อนจะเข้ามาอยู่กับผมมากถึงขนาดนี้ ทีแรกผมทำศาลาชั้นล่างคิดว่าจะมีพระมาฉันสัก ๕-๖ องค์เท่านั้น พอเสร็จแล้วก็เอาน้ำสาดล้างตามไป จะอยู่แบบง่ายที่สุด ผมไม่ได้คิดว่าจะมีหมู่พวกเพื่อนมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้น การที่มาอยู่ก็ขอให้หมู่พวกเพื่อนตั้งใจ อยากจะให้หมู่ทั้งหลายรู้ธรรมะ รู้ศีลธรรม เข้าสู่จิตใจ ออกไปเป็นฆราวาสก็นำไปใช้ ถ้าเป็นตำรวจก็เป็นตำรวจที่ดี เป็นข้าราชการที่ดี ถ้าเป็นพ่อก็เป็นพ่อที่ดีของลูก ถ้าเราเป็นลูกก็เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ของปู่ย่าตายาย อย่าให้ท่านหนักใจ เพราะท่านเลี้ยงเรามาจนใหญ่ถึงขนาดนี้ เลี้ยงไม่รู้จักโต เป็นเด็กอยู่เรื่อย อย่างนั้นใช้ไม่ได้ ขอฝากไว้กับพวกเราพระนวกะทุกท่าน ตลอดจนพระที่จะเป็นครูบาอาจารย์ในภายภาคหน้า เมื่อมีอายุพรรษาขึ้นไป ก็จะได้นำไปประพฤติปฏิบัติตนเอง จากนั้นก็นำไปบอกกล่าวแนะนำสั่งสอนสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป อย่างผมเอง ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะมาเป็นอย่างนี้ การพูดแต่ละครั้งสมัยเป็นพระน้อยพระหนุ่มผมกลัวมาก ไม่กล้าพูด แต่พอมาถึงจุดนี้ มาทบทวนพิจารณาดูแล้ว ก็จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็น ได้ศึกษามาระดับไหน เราก็พูดในระดับนั้น เพื่อให้ความรู้ความฉลาดแก่หมู่พวกเพื่อนนำไปประพฤติปฏิบัติเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา เท่าที่ได้เรียนรู้ปฏิบัติมา ก็สอนเท่าที่รู้เท่าที่เข้าใจ ถ้านอกจากนั้นก็ขอให้หมู่ศึกษาจากเทปจากหนังสือที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ท่านบอกกล่าวเอาไว้แล้ว หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก พระธรรมเทศนา “เป็นอยู่เป็นไปใช้หลักเหตุผล”(อบรมพระ) แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๖"
-
โดย ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสฺสโก
จากพระธรรมเทศนา “เป็นอยู่เป็นไปใช้หลักเหตุผล (อบรมพระ)”, แสดงธรรมเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2546, และถอดจากและที่มา-อ้างอิงจากลิงค์: บรรณานุกรม

