พระธาตุเจดีย์
ปุจฉาวิสัชนาปัญหาธรรม (ต่างประเทศ เล่ม ๑)*
โดย พระราชนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาวิศิษฏ์
(หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
- พระธาตุเจดีย์
- "มูลเหตุแห่งการเกิดเจดีย์ มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าทรงประชวรใกล้จะเสด็จเข้าสู่ปรินิพพานที่แขวงเมืองกุสินารา พระอานนท์ ซึ่งเป็นพุทธอุปัฏฐากได้ทูลถามพระพุทธองค์ว่า เมื่อเสด็จสู่ปรินิพพานแล้วพุทธสาวกควรจะปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระประการใด พระพุทธองค์ตรัสว่า ให้พระภิกษุทั้งหลายมุ่งหมายดับทุกข์ดับกิเลสอันเป็นประโยชน์แก่ตนเถิด อย่าได้เป็นกังวลด้วยการบูชาสรีระของพระตถาคตเลย พวกกษัตริย์และฆราวาสทั้งหลายคงทำญาปนกิจ แล้วสร้างสถูปบรรจุสรีธาตุเหมือนอย่างพระเจ้าจักรพรรดิแต่ก่อนมา"
- "ครั้นเมื่อพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพาน บรดดามัลลกษัตริย์ซึ่งครองเมืองกุสินาราก็ช่วยกันถววายพระเพลิงพระพุทธสรีระ แล้วคิดจะสร้างพระสถูปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ ณ เมืองกุสินารา แต่เมื่อข่าวพระพุทธองค์เสด็จเข้าสู่พระนิพพานและถวายพระเพลิงทราบไปถึงเมืองอื่น เหล่าบรรดาเจ้าเมืองที่เลื่อมใสในพระพุทธองค์ต่างส่งฑูตให้ไปรับพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อจะอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ให้ประชาชนของตนบูชา เดิมพวกมัลลกษัตริย์เมืองกุสินาราไม่ยอมให้ ฝ่ายเจ้าเมืองอื่นก็ไม่ยอมจะเอาไปให้ได้ จนเกือบจะมีการรบราฆ่าฟัน หากโทณพราหมณ์เป็นผู้ว่ากล่าวไกล่เกลี่ยจึงปรองดองกันได้ ตกลงแบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น ๘ ส่วนเท่าๆ กัน ดังนี้"
- "๑. พระเจ้าอชาตศัตรู ได้ไปยังเมืองราชคฤห ราชธานีของมคธราฐ ๑ ส่วน"
- "๒. กษัตริย์สักยราช พระญาติวงศ์ของพระพุทธเจ้า ได้ไปยังเมืองกบิลพัสดุ์ ๑ ส่วน พระบรมสารีริกธาตุส่วนนี้ได้มายังประเทศไทย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๕ แห่งกรุงสยาม และบรรจุประดิษฐานไว้ในพระสถูปบนบรมบรรพตวัดสระเกศราชวรวิหาร"
- "๓. กษัตริย์ลิจฉวี ได้ไปยังเมืองเวสาลี ๑ ส่วน"
- "๔. กษัตริย์ถุลิยะ ได้ไปยังเมือง อัลกัปปะ ๑ ส่วน"
- "๕. มหาพราหมณ์ผู้ครองเมือง ได้ไปยังเมืองเฎฐทีปกะ ๑ ส่วน"
- "๖. กษัตริย์โกลิยะ ได้ไปยังเมืองรามคาม ๑ ส่วน"
- "๗. มัลลกษัตริย์เมืองปาวา ได้ไปยังเมืองปาวา ๑ ส่วน"
- "๘. มัลลกษัตริย์เมืองกุสินารา ได้ไว้ ณ เมืองกุสินารา ๑ ส่วน"
- "ด้วยเหตุดังกล่าว พระบรมสารีริกธาตุที่แจกไปตามเมืองต่างๆ ได้มีการสร้างพระสถูปเป็นที่ประดิษฐาน จึงเกิดมีพระธาตุเจดีย์ ขึ้นเป็นครั้งแรก ๘ แห่ง"
- "พระสถูปที่สร้างเดิมทีเดียวจะทำเป็นขนาดใหญ่หรือขนาดย่อม และจะทำโดยประณีตบรรจงก็แล้วแต่กำลังของผู้สร้าง ต่อมาสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พระพุทธศาสนาได้รุ่งเรืองขึ้น จึงได้มีการตกแต่งแปลงรูปพระสถูปให้วิจิตรงดงามมากขึ้น เช่นแต่งกองดินให้มีรูปทรง ทำเขื่อนให้เป็นฐานและชั้นทักษิณ ทำรูปบัลลังก์และต่อฉัตรให้เป็นยอด"